News & Events
รักแล้ว ต้องกัดไม่ปล่อย
เริ่มต้นด้วย ความรัก – PASSION
ลงมือทำ สร้าง ความเข้าใจ – DO IT FOR BETTER
ค้นหา WHY ทำไปทำไม – WHAT IS YOUR “WHY”?
มีวินัย ให้ไปได้สม่ำเสมอ - To Discipline
ล้มแล้วลุก ล้ม ๆ ลุก ๆ บอกใจว่า มันดีกว่านี้ได้แน่ – GROWTH MINDSET
ค่อยเป็นค่อยไป ความสุขอยู่ที่ได้เห็น ตัวเองกำลังพัฒนา ไม่ใช่ ตัวเองอยู่ที่จุดหมาย – Focus on Journey, not Destination
ยังไงก็ไปถึงจุดหมาย ถ้ากัดไม่ปล่อย - Perseverance
อดิศักดิ์ สถิตธำมรงค์
Cr : นิ้วกลม / Roundfinger Channel / Have a nice day
คู่มือนายหน้าอสังหา - 4 ขั้นตอน มีรายได้แบบ "นอนมา"
แรงจูงใจที่ทำให้คนสนใจเข้าสู่ อาชีพ นายหน้าอสังหาฯ จะเหมือน ๆ กัน คือเรื่องรายได้ ที่ได้ยินมาว่า เป็นก้อน รวยได้ รวยเร็ว
แต่เอาเข้าจริง นายหน้าที่เข้าสู่อาชีพแล้วก็จะเห็นอีกมุมนึงว่า “กัดก้อนเกลือกิน” รสชาติเป็นยังไง
--------
content
- นายหน้าอสังหา มักพบเจอปัญหาเรื่องรายได้ไม่แน่นอน
- เคล็ด(ไม่)ลับ 4 ขั้นตอน ที่ช่วยผมสร้างรายได้ เป็นนายหน้าอสังหา 100 ล้าน
- สรุป
-----------
นายหน้าอสังหา มักพบปัญหาเรื่องรายได้ไม่แน่นอน
ไม่ว่าอาชีพไหนๆ ก็มักจะพบเจอปัญหาต่างๆให้แก้ไขอยูเสมอๆ ปัญหาหลักของอาชีพนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ คือ ต้องพบกับรายได้ที่ไม่แน่นอน ไม่มีทุกเดือน บางเดือนมีมาก บางเดือนมีน้อย เหมือนรถไฟเหาะตีลังกาประมาณนั้น สิ่งนี้ รบกวนจิตใจบรรดามือใหม่ไม่น้อย ในการดำรงอยู่ในอาชีพอย่างมีความสุข อย่างยั่งยืน และสบายใจ พอที่จะฝากชีวิต อนาคต ไว้กับอาชีพนี้ได้
ปัญหาทุกอย่างต้องมีทางออก เพียงแต่อาจจะยังไม่รู้เท่านั้นว่า ต้องทำอย่างไร?...

เคล็ด(ไม่)ลับ 4 ขั้นตอน ที่ช่วยผมสร้างรายได้ เป็นนายหน้าอสังหา 100 ล้าน
ผมทำอาชีพนายหน้าในช่วง 4 ปีแรก ก็มีปัญหานี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลังจากนั้นปัญหาต่าง ๆ ก็ค่อยเบาบางลงจนหมดไป ทางออกของปัญหาของผมมี 4 ขั้นตอน คือ
ผมอยากจะแบ่งปันให้เพื่อนๆ ได้ลองพิจารณาว่า ปัญหาเรื่องรายได้ที่ไม่สม่ำเสมอ ที่ผ่านมานั้น เพื่อนๆยังขาดสิ่งเหล่านี้อยู่หรือไม่...
ขั้นตอนที่ 1 : FARMING
นายหน้าอสังหาต้องมีพื้นที่ฟาร์มมิ่ง หรือพื้นที่เชี่ยวชาญ พื้นที่ได้เปรียบ เป็นเจ้าถิ่น ที่เขา “รู้จัก รู้จริง ทำซ้ำ ย้ำพื้นที่” ตลอดเวลา จนกระทั่ง เขารู้จัก และเป็นที่รู้จัก ของคนในพื้นที่ ในหมู่บ้าน อย่างที่หานายหน้าอื่น มาแย่งพื้นที่ได้ยาก เรียกว่า นายหน้าอาชีพเขาสามารถวิเคราะห์เหตุการณ์ ที่มาที่ไป แนวโน้ม คาดคะเนอนาคตในพื้นที่ได้ กระทั่งผู้ขาย ผู้ซื้อบ้าน ที่ได้พูดคุยด้วย จะต้องบอกว่า ได้ประโยชน์มาก จากการที่ได้พูดคุยปรึกษาหารือด้วย
ขั้นตอนที่ 2 : PRICING
บ้านมือสอง 80% ที่ยังขายไม่ได้ เพราะว่า กำหนดราคาเสนอขาย ที่ไม่สอดคล้องกับมูลค่าของทรัพย์ และไม่สามารถแข่งขันกับทรัพย์เสนอขายอื่นในตลาดได้ ผู้ขายมักคาดหวังเกินจริง ก็ไม่ผิด เพราะเขาไม่มีข้อมูลหรือข้อมูลไม่เพียงพอ หรือไม่รู้ว่าต้องเปรียบเทียบอย่างไร คนที่ควรช่วยเขาได้ก็คือ นายหน้าอสังหาที่ชำนาญพื้นที่นั้น ๆ จะมีข้อมูลมากพอที่จะโน้มน้าวให้เขาเห็นว่า เขาควรจะคาดหวังอย่างไร
ราคาเหมาะสม ไม่ใช่ ราคาเสนอขายที่ต่ำไปเหมือนปัดเงินทิ้ง แต่ก็ไม่สูงไป จนเหมือนจะคว้านกในอากาศ แต่หมายถึง ราคาที่เหมาะสม ระหว่างมูลค่าของทรัพย์ กับสภาพตลาดในขณะนั้นที่ดีที่สุดที่จะหาได้ ซึ่งแน่นอน มีปัจจัยในการคิดเปรียบเทียบหลายองค์ประกอบ
ขั้นตอนที่ 3 : EXCLUSIVE LISTINGS
คนทั่วไปเรียกว่า สัญญาปิด เพราะเป็นสัญญาที่ผู้ขายรู้สึกว่า ปิดโอกาสของเขาในการให้นายหน้าอสังหาหลายๆราย มาช่วยกันรุมขาย แต่สำหรับผม ไม่คิดว่า จะไปปิดโอกาสใคร ผมเปิดโอกาสให้ผู้ขายได้คัดเลือกตัวผม ขณะเดียวกัน ผมก็คัดเลือกทรัพย์และผู้ขายที่ผมอยากทำงานด้วยเช่นกัน ดังนั้น เมื่อต่างฝ่ายต่างพอใจซึ่งกัน ไว้วางใจกันแล้ว ก็เพียงเป็น “ข้อตกลงบันทึกการเดินทางร่วมกัน ว่า เราจะไม่นอกใจกันเท่านั้น”
สัญญา Exclusive Listings เป็นสัญญาที่ผู้ขาย จ่ายค่านายหน้าคุ้มค่าที่สุด ตรงไปตรงมาที่สุด และได้นายหน้าอสังหามาดูแลผลประโยชน์เคียงข้างไปตลอดอายุสัญญา ขณะที่นายหน้า ก็มั่นใจที่จะทุ่มเทความพยายาม พลังงานทั้งหมดไปที่การทำการตลาด การขาย ได้เต็มที่ โดยไม่ต้องหวาดผวา กับการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขของผู้ขาย อย่างเดียวที่นายหน้าอสังหาต้องจำใส่ใจไว้เสมอคือ ความรับผิดชอบในการขายทรัพย์นั้นอย่างกระตือรือร้น
ขั้นตอนที่ 4 : MARKETING
หลักการขายบ้านมือสอง ให้ได้รวดเร็ว และราคาที่ดีที่สุด คือ การทำการตลาดให้กว้างขวางที่สุด เพื่อให้คนจำนวนมากได้รู้ว่า ทรัพย์นี้ต้องการขาย ยิ่งคนรับรู้มากเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะพบผู้ซื้อได้มากเท่านั้น และผู้ขายก็จะมีอำนาจต่อรองมากขึ้น
การตลาดไม่ว่าจะอ๊อฟไลน์ ออนไลน์ เครือข่าย ไดเร็ค ทุกอย่างเป็นงานที่นายหน้าอสังหาต้องทำตามสัญญาที่ให้ไว้แน่นอน แต่สิ่งที่สำคัญกว่า ที่นายหน้าอสังหาต้องเข้าใจว่า การตลาดเป็นเพียงสะพานที่พาผู้สนใจซื้อมาส่งให้เท่านั้น มันปิดการขายให้ไม่ได้ นายหน้าอสังาหาที่ดีต้องยื่นมือไปรับผู้สนใจซื้อ ด้วยความเข้าใจ ให้ความอบอุ่น และพร้อมที่จะรับฟังถึงสิ่งที่ผู้ซื้อต้องการ เพื่อเป็นข้อมูลนำไปวิเคราะห์สภาพแวดล้อมตลาด และสื่อสารให้ผู้ขายได้รับฟังอย่างถูกต้องด้วย
การปรับรูปแบบการตลาด และปรับรูปแบบทรัพย์เพื่อการเสนอขายที่ตรงกับความต้องการของตลาด เป็นสิ่งที่ต้องทำ ดังนั้น การตลาดที่ดี ไม่ได้หมายถึง แค่การลงสื่อให้มากเท่านั้น แต่รวมถึง การรับฟังความต้องการของผู้ซื้อ และผู้ขาย ให้มาก ๆ ด้วย
สรุป
4 ขั้นตอนเหล่านี้ เป็นพื้นฐานที่จะทำให้นายหน้าอสังหา สามารถทำงาน มีรายได้อย่างต่อเนื่อง ไม่หวาดหวั่นต่อสภาพเศรษฐกิจ และมีจิตใจที่มั่นคงเพียงพอที่จะ ออกไปลุ้นงานใหญ่ ได้ นายหน้าอาชีพ จะทำงานใหญ่ ใช่แค่มีฝีมือ สำคัญกว่า คือสภาพจิตใจ ที่แข็งแรงพอที่จะทนรับแรงกดดันได้ด้วย
อดิศักดิ์ สถิตธำมรงค์
----- ----- -----
เป็นนายหน้าอสังหามานาน ไม่เติบโต แก้ยังไงดี?
8 วิธีง่ายๆ รวยด้วยอสังหาริมทรัพย์
นายหน้าอสังหาฯ รวยจริงไหม?
เราอาจเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับอาชีพ นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ มานานแล้ว ทั้งในแง่มุมที่ดีบ้าง ที่ไม่ดีบ้าง ที่แน่ๆหลายคนเข้าใจว่า อาชีพนี้ ทำแล้วรวยเร็ว รวยง่ายๆ ไม่ได้ยุ่งยากอะไร ทำให้มีหลายต่อหลายคนพาตัวเองเข้าสู่เส้นทางของอาชีพนายหน้ากันมากมาย แต่จะมีสักกี่คนที่ได้เข้าใจจริงว่าอาชีพนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร ทำแล้วรวยจริงไหม ทำอย่างไรถึงรวย อาชีพนี้มันรวยง่าย รวยเร็วอย่างที่เคยได้ยินมาจริงไหม บทความนี้น่าจะช่วยให้คุณได้เข้าใจความจริงขึ้นมาบ้าง
-----------
content
- นายหน้าอสังหาฯ (Real Estate Agent) ที่ฉันรู้จัก
- รายได้ของนายหน้าอสังหาริมทรัพย์เป็นยังไง
- ต้องมีความรู้ ทักษะ อะไร จึงจะไปถึงจุดนั้นได้
- จะเริ่มต้นอาชีพนายหน้าอสังหาริมทรัพย์อย่างไร
- สรุป
---------

นายหน้าอสังหาฯ (Real Estate Agent) ที่ฉันรู้จัก
สำหรับคนไทยแล้ว เชื่อว่าแทบทุกคนรู้จัก หรืออย่างน้อยก็เคยได้ยิน คำว่า นายหน้าขายบ้าน หรือ นายหน้าขายที่ดิน กันบ้างแล้ว
แต่ผมคิดว่า การรับรู้ หรือรู้จักกับอาชีพนายหน้าอสังหาริมทรัพย์จริง ๆ ว่า อาชีพนี้ ทำงานกันอย่างไร มีประโยชน์กับสังคมอย่างไร คงจะมีผู้คนจำนวนน้อย ที่เข้าใจจริง ๆ
อาชีพนายหน้า ตามความเข้าใจแบบไทย ๆ
- เป็นอาชีพที่พาคนมาซื้อบ้านที่ดิน ที่มี เจ้าของบ้านต้องการขาย ถ้าสำเร็จ ก็ได้ค่านายหน้าไป ตามตกลงกัน (ที่จริง ก็ความตรงตัว ว่า เป็น นายหน้า)
- แต่โดยสรุปที่ ผู้คนเข้าใจกันแน่ ๆ ก็คือ ได้เงินเยอะ รวยเร็ว จับเสือมือเปล่า ไม่ต้องทำอะไรมาก แค่บอก ๆ ต่อ ๆ กันไป ว่า ใครอยากซื้อ ใครอยากขาย อะไร เท่านั้น
อาชีพนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แบบสากล ในต่างประเทศ
- ใน ต่างประเทศ จะเรียกกันว่า
- Real Estate Broker หมายถึงสำนักงานนายหน้าอสังหาริมทรัพย์
- Real Estate Agent หมายถึง ตัวนายหน้า
- Association หมายถึง หน่วยงาน สมาคม ที่เกี่ยวกับอาชีพนายหน้า
- ในต่างประเทศ อาชีพนายหน้าอสังหาฯ ได้รับการรับรองว่าเป็นอาชีพที่สุจริต และทำงานกับอย่างตรงไปตรงมา
- คนที่จะมาเป็นนายหน้า ต้องมีการอบรม เรียนรู้ กันเป็นเรื่องเป็นราว มีการสอบให้ได้ใบอนุญาต มีการควบคุมการทำงานโดยรัฐบาล หรือหน่วยงานกลางที่เชื่อถือได้ มีกฎ กติกา ชัดเจน ที่ทำให้ลูกค้าที่จะซื้อขายอสังหาฯ เกิดความมั่นใจ สบายใจ ในการทำงานกับนายหน้า ได้
- งานบริการของนายหน้าอสังหา จะมากกว่า แค่ บอก ๆ ต่อ ๆ กันไป ว่า ใครอยากขาย ใครอยากซื้อ แต่งานบริการ ครอบคลุมไปถึง การเป็นที่ปรึกษา ตั้งแต่ก่อนการเสนอขาย การกำหนดราคาที่เหมาะสม การวางแผนการตลาด การบริการเบื้องหลังการขาย ที่จะมีผลให้อสังหาฯ ที่เสนอขาย ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และได้ราคาที่เหมาะสมกับราคาตลาดที่สุด
- ตัวแทนที่ทำผิด กฎ กติกา ก็จะมีการถูกลงโทษ ถึงขั้นถอดถอนใบอนุญาตได้
- ตัวนายหน้าอสังหา จะทำงานกับบริษัทฯ แบบที่มีเครือข่าย ที่มีชื่อเสียงระดับโลก / หรือจะสังกัดบริษัททั่ว ๆ ไป ที่มีใบอนุญาต ก็ได้ / หรืออาจจะเป็นตัวแทนอิสระ ไม่สังกัดบริษัทใดเลยก็ทำได้
--------- ---------- ----------
รายได้ของนายหน้าอสังหาริมทรัพย์เป็นยังไง
- ผมไม่มีตัวเลขสถิติจากบริษัทนายหน้าอื่น ๆ หรือจากข้อมูลจากองค์กรใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ผมใช้วิธีการประเมินจาก นายหน้าอสังหาที่เคยทำงานด้วย และนายหน้าภายนอกที่ผมรู้จัก ที่พอประเมินได้ ดังนั้น ตัวเลขนี้ จึงไม่ใช่ตัวเลขที่ผมยืนยัน หรือจะนำไปอ้างอิงได้
- ผมขอแบ่งกลุ่มของนายหน้าอสังริมทรัพย์ตามรายได้ ดังนี้
รายได้ 4 ระดับของนายหน้าอสังหาริมทรัพย์
ระดับที่1 คือ กลุ่มที่มีรายได้เฉลี่ย เกิน เดือนละ 1 ล้านบาท
กลุ่มนี้ เป็นกลุ่ม นายหน้ามืออาชีพ / จับงานใหญ่ / ทำงานเต็มเวลา ซึ่งผมคาดว่า มีจำนวนไม่เกิน 3% ของจำนวนนายหน้าอสังหาในประเทศไทย (เน้นว่า รายได้เฉลี่ย หมายถึง มีรายได้สม่ำเสมออย่างน้อย 5 ปีขึ้นไป เฉลี่ยแล้วเดือนละ 1 ล้าน หรือพูดอีกอย่าง ผ่านมา 5 ปี มีรายได้แล้ว 60 ล้านบาท)
ระดับที่ 2 คือ กลุ่มที่มีรายได้เฉลี่ย เดือนละ 3 – 5 แสนบาท
กลุ่มนี้เป็นกลุ่ม นายหน้ามืออาชีพ / จับงานไซส์ระดับ 20 – 50 ล้าน / ทำงานเต็มเวลา ซึ่งผมคาดว่า มีจำนวนไม่เกิน 10% ของจำนวนนายหน้าอสังหาในประเทศไทย
ระดับที่ 3 คือ กลุ่มที่มีรายได้เฉลี่ย เดือนละ 1 แสนบาท
กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ทำงานเป็นแล้ว มีทั้งที่เป็นนายหน้ามืออาชีพ และกำลังพัฒนาไปเป็นมืออาชีพ / ทำงานมีหลักการ / ทำงานเต็มเวลา / ซึ่งผมคาดว่ามีประมาณ 30% ของจำนวนนายหน้าอสังหาในประเทศไทย
ระดับที่ 4 คือ กลุ่มที่มีรายได้เฉลี่ย น้อยกว่า เดือนละ 5 หมื่นบาท
กลุ่มนี้เป็นกลุ่มเพิ่งเริ่มต้น / กลุ่มที่ทำงานแบบยังไม่เป็นรูปแบบ / กลุ่มที่ยังไม่ทุ่มเทให้กับงานนายหน้าอย่างเต็มที่ / มีทั้งทำงานเต็มเวลา และไม่เต็มเวลา ซึ่งผมคาดว่ามีประมาณ มากกว่า 50% ของจำนวนนายหน้าอสังหาในประเทศไทย
- จากที่พูดมา ผมกำลังบอกว่า คำว่า อาชีพนายหน้าอสังหาที่คนส่วนใหญ่เข้าใจว่า เงินเร็ว รายได้ดี นั้น จริงแล้ว ไม่ได้หมายรวม กับทุกนายหน้า ทั้งนี้ อาจสรุปว่า ขึ้นอยู่กับ ปัจจัย ต่อไปนี้
- วิธีการทำงาน แบบมืออาชีพทำมีรูปแบบชัดเจน หรือทำแบบมือสมัครเล่นมีรูปแบบตามใจนึกเอา
- เวลาที่ทุ่มเทให้กับการทำงานนายหน้าอสังหาฯ
- พื้นที่บริการ มีขนาดยอดขาย / ยอดซื้อ ใหญ่ขนาดไหน
--------- ---------- ----------
ต้องมีความรู้ ทักษะ อะไร จึงจะไปถึงจุดนั้นได้
-
Connection จำเป็นหรือไม่?
-
ผมได้ยินหลายคนที่เดินเข้ามา อยากเป็นนายหน้าอสังหาฯ เพราะว่า รู้จักคนเยอะ ที่บอกว่า จะซื้อ จะขายบ้าน ที่ดิน
-
นายหน้าอสังหาสาย Connection มีความเชื่อว่า การรู้จักคนเยอะ ๆ จะนำมาซึ่งธุรกิจคือ ได้บ้านที่ดินมาขาย และไปบอกคนที่เรารู้จักซึ่งอาจจะเป็นคนที่ต้องการซื้อ ดังนั้น การรู้จักคนเยอะๆ บอกต่อ ๆ กันไป ก็จะเกิดการ จับคู่ (Matching) กันได้บ้างละ
-
ถ้าไม่มี Connection หรือ รู้จักคนน้อย แล้วจะทำอย่างไรดี?
- ยังมีนายหน้าอสังหาอีกสาย เรียกว่า สาย Farming
- เป็นสายที่มีความเชื่อว่า การรู้จักพื้นที่ทำงานของตนเองได้ดีจนถึงขั้นเป็น ผู้ชำนาญ หรือผู้เชี่ยวชาญ ในพื้นที่ จะทำให้สามารถ เข้าถึง คนที่มีความต้องการขายจริง และคนที่ต้องการซื้อจริงในพื้นที่ได้ ซึ่งก็จะนำมาซึ่ง ความสัมพันธ์ (Relationship) และ Connection ได้ในภายหลัง เช่นเดียวกัน
- นายหน้าอสังหาสายนี้ มีหลักการว่า การชำนาญพื้นที่ จะทำให้มีข้อมูลที่ดีพอ ถูกต้องแม่นยำ สำหรับผู้ขายในการพิจารณากำหนดราคาขายที่ถูกต้อง และตัดสินใจเรื่องอื่น ๆ ได้ดีกว่า นอกจากนั้น นายหน้าฯ ยังสามารถบริการตอบสนองความต้องการของผู้ซื้อได้ดีกว่า ในกรณีที่มีความต้องการซื้อทรัพย์สินประเภทต่าง ๆ ในพื้นที่นั้น ๆ
- นายหน้าอสังหาที่เข้าใจพื้นที่หนึ่งพื้นที่ใดได้ดีกว่านายหน้าคนอื่น ๆ จะได้เปรียบกว่า ในด้านข้อมูลอสังหาฯ ที่กำลังประกาศขาย / ราคาเสนอขายที่เหมาะสม / คุณสมบัติพิเศษของอสังหา แต่ละรายการที่ได้เปรียบเทียบแล้ว จนถึงขนาดทำให้ผู้ต้องการขายไว้วางใจที่จะฝากขาย และผู้ซื้อกล้าตัดสินใจซื้อ หรือฝากความหวังในการคัดหาสินค้ามาให้ได้
- โดยสรุปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นนายหน้าสายใดก็ตาม จะดีที่สุด คือ ต้องเป็นทั้งสองสายรวมกัน คือ เก่งทั้ง Connection และเก่งทั้ง Farming การเป็นผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ อย่างนี้ เรียกว่า สมบูรณ์แบบ
- ดังนั้น นายหน้าสาย Connection ก็ต้อง Farming ให้ "รู้จัก และรู้จริง" ส่วนนายหน้าสาย Farming ก็ต้องเก่งสร้าง Connection ในพื้นที่ด้วย เข้าหลักการ "ทำซ้ำ ย้ำพื้นที่ สร้างคอนเนคชั่น"
--------- ---------- ----------
จะเริ่มต้นอาชีพนายหน้าอสังหาริมทรัพย์อย่างไร
ผมมี 3 ขั้นตอนง่าย ๆ ในการเริ่มต้นให้เป็นรูปธรรมที่รวดเร็วที่สุด
1. Have Clear Goal - ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน ว่าคุณต้องการเป็นใคร เป็นอะไร / ช่วงแรก ๆ ถ้ายังไม่รู้จะตั้งเป้าหมายอย่างไร ผมแนะนำให้ตั้งเป็นอะไรที่นับได้ก่อน
- ต้องการมีรายได้เดือนละ ... บาท
- ทำไมจึงต้องการรายได้เดือนละเท่านั้น เพื่อใคร เขียนให้เห็นภาพ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจที่แข็งแรง เช่น ต้องการให้ลูกได้เรียนโรงเรียน .....
- ต้องการซื้อบ้านหลังละ ... บาท ให้ครอบครัวอยู่
- ต้องการมีชีวิตที่สะดวกสบาย ขึ้น ตอนอายุ เท่าไร
2. Finding Fast Lane – หาเส้นทางด่วน
- อาชีพนายหน้าอสังหา คืออาชีพ ที่ใช้ความรู้ และประสบการณ์ ของนายหน้าฯ เพื่อหาทางออกของปัญหา อุปสรรค ให้กับลูกค้า ดังนั้น จงทำงานเพื่อให้ได้ประสบการณ์ให้ได้มากที่สุด
- ความสำเร็จทิ้งร่องรอย ดังนั้น คุณไม่ต้องไม่กรุยทางเองให้เสียเวลา เพียงแค่คุณหาคนที่จะช่วยนำทางคุณไปได้อย่างถูกต้องเท่านั้น คุณก็จะไปได้รวดเร็ว สง่างามกว่าด้วย
- องค์กรที่มีประสบการณ์ มีทีมงาน หรือแม้แต่พี่เลี้ยงที่มีประสบการณ์ คนที่มีทักษะในการถ่ายทอด สอนได้ดี คือเป้าหมายที่คุณควรจะไปอยู่รอบ ๆ ใกล้ ๆ หรือขอทำงานให้เขา สิ่งที่สำคัญสำหรับวิธีคิดของคุณในช่วงนี้ก็คือ อย่าได้คิดเล็กคิดน้อยเรื่องเงินเป็นอันขาด ทำฟรีก็ต้องทำ และไม่ต้องเลือกงาน ทุกอย่างให้การเรียนรู้ได้ทั้งหมด สามารถมาต่อจิ๊กซอร์กันได้ เมื่อเวลาผ่านไป
3. Create Niches Market - สร้างตลาดเฉพาะกลุ่ม
- การเป็นนายหน้าอสังหา คือการทำงานในพื้นที่ ในตลาดที่คุณมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษมากกว่า จนได้เปรียบนายหน้าคนอื่น ๆ ในพื้นที่เดียวกัน
- หลักการ นายหน้าทั่วไทย เหมือนคลื่นมือถือ ใช้ไม่ได้ผลกับอาชีพนายหน้าอสังหา จะเข้าหลักการ ชกลม ไม่ค่อยจะโดนเป้าซะเท่าไร สุดท้าย ชกเยอะ เหนื่อยตายซะก่อน
- การสร้างตลาดเฉพาะกลุ่ม แยกได้ตั้งแต่
- Expertise in your Farming Area. (Geographic) ชำนาญในพื้นที่ตลาดของคุณ
- Expertise in your Segmentation. (Demographic) ชำนาญในกลุ่มลูกค้าของคุณ
- Expertise in your Talent / Skill. (Unique Selling Point) ชำนาญในกลุ่มที่คุณสามารถตอบสนองด้วยจุดเด่นที่คุณมีดีกว่าคนอื่น
--------- ---------- ----------
สรุป
-
อาชีพนายหน้าอสังหาฯ เป็นอาชีพที่สุจริต ถ้าเราตั้งใจทำให้สุจริต
-
เป็นงานที่ทำแล้วได้เงิน และได้คุณค่ามีความหมายต่อชีวิต
-
เป็นอาชีพที่ไม่ยาก ไม่ซับซ้อน แต่ต้องเรียนรู้ให้เยอะไว้ก่อน เพราะอสังหาฯ เกี่ยวข้องกับหลายเรื่องไปพร้อมกัน ในเวลาเดียวกัน ดังนั้น นายหน้าที่มีความรู้รอบตัวหลายเรื่อง จะเป็นประโยชน์ต่อลูกค้า ในการนำข้อมูลหลาย ๆ ด้านมาพิจารณาร่วมด้วย
-
ถามตัวเอง ว่า คุณพร้อมจะลงทุนหรือไม่ / ไม่มีใครเกิดมาพร้อมเป็นนักขาย เป็นหมอ หรือเป็นทนาย ทุกคน ถูกฝึกมาให้มีความชำนาญเฉพาะอย่างทั้งสิ้น
-
มีคนเป็นล้าน ที่เคยเข้าสู่อาชีพนายหน้าอสังหา มีทั้งที่ล้มเหลว และที่ประสบความสำเร็จ ไม่ต่างจากอาชีพอื่น ผมว่าสิ่งที่สำคัญคือ อยู่ที่เราตัดสินใจเลือกเองว่า ต้องการล้มเหลว หรือต้องการประสบความสำเร็จ ผมรับรองว่า คุณเลือกอะไรก็ไม่ผิดหวังแน่นอน
อดิศักดิ์ สถิตธำมรงค์
----- ----- -----
นายหน้าอสังหา รวยทางลัด ทำได้อย่างไร?
บ้านมือสอง ได้ลดค่าธรรมเนียมโอน 0.01% ไหม
มีคำถามสำคัญที่มักถูกถามขึ้นบ่อยๆ ในการซื้อขายบ้านมือสอง
คือในเรื่องของ การลดค่าธรรมเนียมการโอน 0.01%
หลายคนสงสัยว่า หากซื้อขายบ้านมือสอง
จะได้รับสิทธิ์ตรงนี้หรือไม่ - คำตอบคือ "ไม่ได้"

ที่ได้คือ
สำหรับที่อยู่อาศ้ยใหม่
ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อหน่วย
บ้านเดี่ยว บ้านแฝด บ้านแถว อาคารพาณิชย์ ห้องชุด
ที่ซื้อจากผู้ประกอบการ
ถึง 31 ธันวาคม 2564
เจาะลึกกลุ่มมิลเลนเนียล กำลังซื้อยังแข็งแรงพอขับเคลื่อนตลาดอสังหาฯ ไทยหรือไม่
บทความประชาสัมพันธ์โดยดีดีพร็อพเพอร์ตี้
ดีดีพร็อพเพอร์ตี้เผยผลสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคล่าสุด พบเทรนด์การใช้จ่ายมาแรง - วางแผนมีบ้านในอนาคต
ผู้บริโภคกลุ่ม Millennials (มิลเลนเนียล) หรือ Gen Y (ผู้ที่เกิดช่วงปี พ.ศ. 2527 – 2539) ได้กลายมาเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในศตวรรษที่ 21 ด้วยพื้นฐานการเติบโตมากับโลกดิจิทัลจึงเรียนรู้และรับเทคโนโลยีมาใช้ได้อย่างรวดเร็ว และนำมาพัฒนาทักษะใหม่ ๆ ตลอดเวลา นอกจากนั้นยังตัดสินใจรวดเร็ว จึงทำให้คน Gen นี้พร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสังคม เศรษฐกิจ หรือการดำเนินชีวิต อีกทั้งยังเป็นวัยที่เต็มไปด้วยไฟในการทำงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในชีวิตและอยู่ในช่วงสร้างฐานะให้มั่นคง จึงทำให้เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพการใช้จ่ายสูงและคาดว่าจะเป็นกำลังซื้อสำคัญในอนาคตไปอีกหลายปี ข้อมูลจากการคาดประมาณประชากรของประเทศไทย พ.ศ.2553-2583 (ฉบับปรับปรุง) ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พบว่าในปีนี้ประชากรไทยในช่วงอายุ 25-39 ปี จะมีจำนวนถึง 13.7 ล้านคน หรือคิดเป็น 31.53% ของประชากรวัยแรงงานทั้งหมด (ช่วงอายุ 15-59 ปี) กว่า 43 ล้านคน จึงทำให้หลายธุรกิจจับตามองและช่วงชิงกำลังซื้อจากคนกลุ่มนี้มากขึ้น
แน่นอนว่าเมื่อชาวมิลเลนเนียลเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพในสายตาของหลากหลายธุรกิจ ย่อมถูกดึงดูดให้ใช้จ่ายสนองความต้องการด้านต่าง ๆ เสมอ และกลายเป็นอีกช่วงวัยที่เริ่มมีภาระหนี้เพื่อซื้อทรัพย์สินที่มีราคาสูงโดยเฉพาะที่อยู่อาศัย
เมื่อเกิดวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในไทย ภาคธุรกิจและผู้บริโภคต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม รวมทั้งกลุ่มมิลเลนเนียลด้วยเช่นกัน บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ได้เปิดเผยข้อมูลอัปเดต ณ สิ้นไตรมาสแรกปี 2563 ซึ่งเป็นช่วงที่เริ่มมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในไทย พบว่า กลุ่มผู้บริโภคที่มีการสร้างหนี้มากที่สุด คือ กลุ่มมิลเลนเนียล หรือ Gen Y โดยมีหนี้สินรวมกันถึง 4 ล้านล้านบาท คิดเป็นหนี้เสีย (NPL) คงค้าง 2.7 แสนล้านบาท เมื่อพิจารณาเรื่องสินเชื่อบ้านที่อนุมัติใหม่ในช่วงเวลานั้นจำนวน 80,494 สัญญา พบว่าเป็นของกลุ่มมิลเลนเนียลหรือ Gen Y มากที่สุดถึง 64% และเป็นที่น่ากังวลในเรื่องปัญหาค้างชำระในอนาคต สะท้อนให้เห็นถึงสภาพคล่องในการใช้จ่ายของผู้บริโภคกลุ่มนี้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดฯ และเริ่มส่งสัญญาณเตือนให้เห็นปัญหาการวางแผนด้านการเงิน แม้จะมีกำลังซื้อสูงก็ตาม

ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) เว็บไซต์มาร์เก็ตเพลสด้านอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ของไทย เผยผลสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคที่มีต่อตลาดที่อยู่อาศัย DDproperty’s Thailand Consumer Sentiment Study ฉบับล่าสุด เจาะลึกมุมมองด้านการวางแผนการใช้จ่ายของกลุ่มมิลเลนเนียลและความต้องการด้านที่อยู่อาศัยท่ามกลางความท้าทายทั้งด้านการเงินและการงานจากสภาพเศรษฐกิจที่เปราะบางและสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ยังไม่คลี่คลาย ว่าส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของชาวมิลเลนเนียลในตลาดอสังหาฯ มากน้อยเพียงใด
• อยากใช้จ่ายหลากหลาย แต่ครอบครัวต้องมาก่อน เมื่อพูดถึงการวางแผนการใช้จ่ายใน 1 ปีข้างหน้าของผู้บริโภคกลุ่มมิลเลนเนียลนั้น ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญไปที่การใช้จ่ายภายในครอบครัวถึง 74% สะท้อนให้เห็นถึงการเป็นกำลังสำคัญในการสร้างรายได้และดูแลรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในครอบครัวของคนวัยนี้ อย่างไรก็ตาม ชาวมิลเลนเนียลยังคงมีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองอยู่ไม่น้อยแม้จะยังไม่มีความพร้อมด้านการเงินในตอนนี้ โดย 59% เผยว่ามีความตั้งใจออมเงินเพื่อวางแผนซื้อบ้านในอนาคต ในขณะที่ 46% ระบุว่าอยากออกไปท่องเที่ยวในวันหยุด เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดฯ ปัจจุบันทำให้ทุกคนจำเป็นต้องเก็บตัวอยู่บ้าน และชะลอแผนท่องเที่ยวออกไป เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และหยุดการแพร่ระบาดฯ ในประเทศ
• เตรียมความพร้อม หวังซื้อบ้านหลังแรกตอน 31 ปี เมื่อพิจารณาในด้านการครอบครองอสังหาฯ ในปัจจุบัน พบว่ายังมีสัดส่วนที่ไล่เลี่ยกัน โดยผู้ตอบแบบสอบถามกลุ่มมิลเลนเนียลมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองแล้วถึง 57% ในขณะที่อีก 43% ยังไม่ได้เป็นเจ้าของอสังหาฯ ใด ๆ ซึ่ง 2 ใน 3 ของผู้บริโภคกลุ่มนี้ (66%) เผยว่า พวกเขาได้วางแผนที่จะซื้อบ้านหลังแรกเมื่ออายุ 31 ปีขึ้นไป ซึ่งน่าจะเป็นช่วงวัยที่มีความพร้อมมากพอทั้งด้านหน้าที่การงานที่มั่นคงและสถานะทางการเงินที่เหมาะสมเมื่อต้องเป็นหนี้ก้อนใหญ่มากกว่าตอนนี้
• สถานะทางการเงินสั่นคลอน อุปสรรคหลักของการมีบ้าน กลุ่มมิลเลนเนียลยอมรับว่าปัญหาทางการเงินจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในตอนนี้ถือเป็นอุปสรรคหลัก ๆ ที่ทำให้พวกเขายังไม่มีแผนย้ายออกจากบ้านพ่อแม่ โดย 1 ใน 2 ของกลุ่มนี้ (50%) เผยว่า ยังไม่มีเงินออมมากพอที่จะไปเช่าหรือซื้อบ้านเป็นของตนเอง ในขณะที่ 41% ต้องการที่จะอยู่บ้านเดิมเพื่อดูแลพ่อแม่อย่างใกล้ชิด ตามมาด้วยกลุ่มที่ไม่คิดจะย้ายออกเพราะยังไม่ได้แต่งงาน 33% และตั้งใจจะรับช่วงต่อบ้านเดิมจากพ่อแม่อยู่แล้ว 33% จึงยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องซื้ออสังหาฯ เป็นของตัวเองในตอนนี้
• การเช่าโดนใจ ตอบโจทย์ที่อยู่อาศัยแบบไร้ข้อผูกมัดระยะยาว ด้วยข้อจำกัดทางการเงินจากปัจจัยต่าง ๆ ส่งผลให้ชาวมิลเลนเนียล 94% ตัดสินใจเช่าแทนการซื้อที่อยู่อาศัยในตอนนี้ เนื่องจากมองว่าการเช่าบ้าน/คอนโดฯ จะมีค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่าการซื้ออสังหาฯ ซึ่งต้องมีความพร้อมทางการเงินในระดับหนึ่งจึงจะได้รับการอนุมัติสินเชื่อ ผู้บริโภคส่วนใหญ่จึงเลือกเก็บเงินก้อนที่มีสำรองไว้ใช้ในยามฉุกเฉินและหันไปเลือกเช่าอสังหาฯ ในรูปแบบที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยแทน นอกจากนี้การมีสถานภาพโสดอยู่ตัวคนเดียวก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลให้การเช่าที่อยู่อาศัยได้รับความนิยมมากกว่าการซื้อเช่นกัน
แม้ผลกระทบจากภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวจากหลายปัจจัยในตอนนี้จะทำให้แผนบริหารจัดการเงินของชาวมิลเลนเนียล ต้องสะดุดลงหรือชะลอการใช้จ่ายในเรื่องที่ยังไม่จำเป็นเร่งด่วนออกไปก่อน อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคกลุ่มนี้ยังคงเป็นกำลังซื้อที่สำคัญในหลายอุตสาหกรรมในระยะยาว เพียงแต่รอดูสัญญาณบวกของสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อหาเวลาที่เหมาะสมในการออกมาใช้จ่ายแทน ดังจะเห็นได้จากการวางแผนใช้จ่ายในอนาคตที่ผู้บริโภคกลุ่มมิลเลนเนียล ยังคงให้ความสำคัญไปยังสิ่งที่จำเป็นมาก่อนความต้องการส่วนตัว ด้วยการวางแผนบริหารจัดการการเงินที่รอบคอบนี้เชื่อว่าจะช่วยให้กลุ่มมิลเลนเนียลสามารถปรับพฤติกรรมและปรับเปลี่ยนแผนการใช้จ่ายที่มีให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันได้อย่างทันท่วงที และกลับมาเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้ในอนาคตแน่นอน
ทำงานเสร็จ VS ทำงานสำเร็จ
ฟังคล้ายกัน แต่ ความหมายต่างกันมาก
คำแรก แค่ “ทำงานให้เสร็จ - Does the Task”
คำหลัง คือ มากกว่างานเสร็จ คือ “ต้องสำเร็จตามเป้าหมายของงานนั้น - Own the Results”
ในงานนายหน้าอสังหาฯ การทำงานสองแบบนี้ สร้างความแตกต่างให้กับนายหน้าสองคนนี้อย่างมหาศาล
คนแรกจะเป็นแค่ นายหน้าธรรมดา ๆ คนหนึ่ง ที่ “หาได้ไม่ยาก ถูกแทนที่ได้ง่าย ๆ”
ส่วนคนหลังนั้น “ไม่มีใครมาแทนที่ได้ อยู่ในใจของลูกค้าตลอดไป”
วิธีคิด และการบริการอะไรที่แตกต่างในนายหน้าสองคนนี้
คนแรก เป็นประเภทที่มีความสัมพันธ์กับลูกค้าในระดับต่ำ /
ขอรับผิดชอบน้อย ๆ กลัวเป็นภาระ รับผิดชอบไม่ไหว /
ใช้ทักษะน้อย รวมถึงอาจจะมีทักษะน้อยด้วย /
เวลาฟังลูกค้าอย่างมากก็แค่จดบันทึก /
ตอบสนองแค่ในเรื่องที่จำเป็นของลูกค้าพอแล้ว อย่าเยอะ /
มองอะไรเป็นภาพแคบ ๆ ไม่นึกถึงผลกระทบอื่น ๆ ที่จะมี /
เอาข้อมูลมาบอก /
ต้องสั่งถึงจะทำ /
ทำเยอะไม่เอา กลัวทำผิด /
ทำตัวเป็นลูกจ้าง สั่งมาละกัน /
จะปิดการขายอย่างเดียว /
ขอไม่ตัดสินใจ พี่ว่าไง ก็งั้นแหละ แล้วแต่พี่เลย /
กฎกติกาว่าไง ก็อย่าไปหาวิธีอื่นเลย เหนื่อยเปล่า
คนหลัง เป็นประเภทที่มีความสัมพันธ์กับลูกค้าในระดับสูง /
กล้ารับผิดชอบ สูงก็ไม่กังวล รับได้เสมอ /
ใช้ทักษะที่มีอย่างสุด ๆ /
ฟังลูกค้านอกจากจดบันทึกแล้วยังคิดตาม /
คอยคาดการณ์ระแวดระวังเรื่องเดือดร้อนอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นอีก นอกเหนือจากที่เห็น /
เอาข้อมูลมาบอกพร้อมตีความผลกระทบให้ด้วย /
มองเป็นภาพใหญ่ ชี้ความเชื่อมโยง ให้ลูกค้าได้เห็นด้วย /
ให้คำแนะนำและคำปรึกษา /
ไม่ต้องรอใครสั่ง อะไรต้องทำ เห็นว่าเหมาะสม ทำเลย /
ไม่กลัวทำผิด /
ทำตัวเป็นเพื่อนคู่คิด /
ให้ความรู้และช่วยนำทาง /
ร่วมตัดสินใจร่วมรับผิดชอบด้วยกัน
สุดท้าย มีอีกความแตกต่างที่เห็นได้ชัดมาก ที่ยังไม่ได้พูดถึง ก็คือ
คนแรกน่ะ รายได้ ค่าตัวก็ธรรมดา เวลาลูกค้าจ่ายค่าคอมให้ ก็มักจะหยอกเอินเบา ๆ ว่า “งานสบายจังเลย ถึงเวลาก็ได้เงิน”
แต่สำหรับคนหลังนี่ซิ รายได้ ค่าตัวมหาศาล ได้ฟังจะตกใจ แถมเวลาลูกค้าจ่ายค่าคอมให้ ก็มักจะพูดแบบซีเรียสว่า
“ผมไม่เสียดายค่าคอมเลย ถ้าไม่ได้คุณ ผมไม่รู้จะไปยังไงเหมือนกัน”
ก็ชอบแบบไหนก็เลือกได้ “หยอกเอิน เบา ๆ คัน ๆ เขิน ๆ” หรือ “แบบซีเรียส แต่มองตากันซึ้ง ๆ”
อดิศักดิ์ สถิตธำมรงค์
เดินเยอะ ๆ (Cr : โจ้ ธนา เธียรอัจฉริยะ)
ขอยืมคำนี้ มาจั่วหัว เพราะว่า สั้น ๆ แต่ได้ใจความและเห็นภาพเลยว่า แค่ไหน อย่างไร ที่จะทำให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่ต้องการจากลูกค้า ผู้บริโภค หรือแม้แต่ในอาชีพนายหน้าอสังหาฯ อย่างผม
มีน้องนายหน้าฯ ใหม่ มาถามว่า เราจะรู้ “ราคาซื้อขายจริง ๆ” ได้อย่างไร เขาเน้นว่า "ราคาจริง ๆ” นะพี่
ทำให้ผมต้องตอบด้วยการนึกถึงภาพตนเองว่าทำอย่างไร และพยายามอธิบายเป็นคำออกมาได้ว่า “Walking, not Driving” ซึ่งก็คือ จอดรถแล้วลงเดินไปเรื่อย ๆ
“เดิน แล้วยังไง”
“เดิน สบตาคน หาคนที่พร้อมจะพูดคุยด้วย”
“แล้วไง”
“ก็ตั้งคำถามกว้าง ๆ ชวนคุย เจอร้านค้า ร้านอาหาร ยาม แม่บ้าน คนในท้องที่ที่อยู่บริเวณนั้นมานาน ๆ”
แล้วก็เอาข้อมูลมาประติดประต่อกัน อาจจะไม่ครบถ้วน แต่อย่างน้อย ก็ “พอ กะ ๆ เป็นภาพลาง ๆ” ได้แล้ว
จากนั้น ต่อไป เราก็เอาข้อมูลที่ได้มา PROVE ตรวจสอบ ต่อไป ว่าส่วนใดเชื่อได้ ส่วนใดไม่น่าใช่ ด้วยการ “ตั้งคำถามแบบเจาะลงลึก” จากข้อมูลที่ได้มาเป็นคำถามตั้งต้น ว่าใช่หรือไม่ใช่
“ได้ยินว่า ตรงปากซอยที่ดินแปลงนั้น เสี่ยเอซื้อไป วาละ สองแสน เลยหรือ” “เขาซื้อไปทำอะไรรู้ไหม ซื้อจากใคร คุยกันมานานไหม กว่าจะตกลงกันได้”
ขั้นตอนนี้ เหมือนพูดไป ฟังไป แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน แต่เราพร้อมที่จะฟังมากกว่าพูด ไอ้ที่พูดไปก็เพื่อชงให้เขาตอบ ไม่ได้พูดเพราะอวดรู้นะ
เท่านี้ก็พอได้ข้อมูล ที่จะไปทำมาหากินได้แล้ว
เราเป็นนายหน้าฯ ดังนั้นข้อมูลราคาซื้อขายที่ได้มา ไม่จำเป็นต้องเป๊ะ เป็น เลขเดียว จุดเดียว เอาแค่เป็น “ช่วงราคา” ก็พอแล้ว เพราะอย่าลืมว่า ราคาซื้อขายกันจริง ๆ คือราคาที่ผู้ซื้อยอมจ่าย ผู้ขายยอมรับได้ ซึ่ง มีความเป็นไปได้มาก ที่จะมีเรื่องของ “ความต้องการขายมาก VS ความต้องการซื้อมาก” มาเป็นส่วนประกอบที่สำคัญ ที่ทำให้ ราคาซื้อขายได้จริง ผิดเพี้ยนไปได้ด้วย
ผมเชื่อที่เขาบอกว่า “มืออาชีพ ต่างกันที่รายละเอียด”
ถ้าเราคิดให้มากกว่า ทำให้มากกว่า ทำให้ละเอียดกว่า ลึกกว่า รอบคอบกว่า เท่านั้น ก็เป็นนายหน้าอสังหาฯ มืออาชีพได้แล้ว
อดิศักดิ์ สถิตธำมรงค์
การตอบข้อโต้แย้งทางโทรศัพท์ ขณะขอเข้าพบ FSBO ผู้ประกาศขายบ้านด้วยตนเอง
ผมเชื่อว่า นี่คืองานที่หินที่สุดงานหนึ่งของนายหน้าฯ สาย Exclusive และเป็นงานที่นายหน้าอสังหาริมทรัพย์เกือบทุกราย มักเลี่ยงที่จะไม่ทำ เพราะส่วนใหญ่ เมื่อโทรไปแล้ว มักจะถูก FSBO ปฎิเสธที่จะไม่ให้เข้าไปพบ และก็เป็นธรรมดา ว่า “ไม่มีใครชอบการถูกปฎิเสธ” บ่อย ๆ แน่นอน
เมื่อตอนผมเป็นนายหน้าฯ ใหม่ ๆ ผมก็เป็น เคยเลี่ยงไปทำวิธีการอื่น ๆ แทน และคิดว่า ไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้ แต่สุดท้าย ก็ได้เหมือนกัน แต่ได้อะไรมาก็ไม่รู้ ควบคุมพื้นที่ไม่ได้ ประเภททรัพย์ ไม่ได้ ราคาไม่ได้ และนำมาซึ่งความท้อแท้ เพราะรับฝากขายมาแล้ว ก็ขายไม่ได้
- เคล็ดลับความสำเร็จของ อาชีพนายหน้าอสังหาริมทรัพย์
- ข้อโต้แย้งที่ นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ต้องเจอ ขณะขอเข้าพบ FSBO หรือ ผู้ประกาศขายบ้านด้วยตัวเอง
- เทคนิคการตอบข้อโต้แย้งให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ
- สรุป
เคล็ดลับความสำเร็จของ อาชีพนายหน้าอสังหาริมทรัพย์
กุญแจความสำเร็จของอาชีพนายหน้าฯ คือ ต้องมีพื้นที่ชำนาญ เชี่ยวชาญ ของตนเอง เป็นพื้นที่ที่เรารู้จักดีกว่าคนอื่น และคนอื่นก็รู้จักเราดีด้วย ว่าเราคือใคร ทำอะไร ฝีมือแค่ไหน ช่วยอะไรเขาได้อย่างไร
ในเมื่อมันเป็นงานที่หินที่สุด แสดงว่า ไม่มีงานขั้นตอนใดจะยากกว่านี้อีกแล้ว ดังนั้น เราต้องผ่านมันไปให้ได้ ด้วยการทำมันซะ เพื่อให้มันเป็นงานที่ง่ายให้ได้ ทำให้มันชิลล์ไห้ได้
ข้อโต้แย้งที่ นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ต้องเจอ ขณะขอเข้าพบ FSBO หรือ ผู้ประกาศขายบ้านด้วยตัวเอง
ข้อโต้แย้ง ขณะขอเข้าพบมีอะไรบ้าง
- เราไม่ต้องการนายหน้า
- เราขายเองได้ จ่ายคอม 3% แพงไป
- เราไม่ต้องการผูกมัดกับนายหน้าคนใด
- เคยฝากขายแล้ว ไม่ได้ผล
- ฯลฯ
เทคนิคการตอบข้อโต้แย้งให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ
การที่จะตอบข้อโต้แย้งเหล่านี้ ทำได้มากมาย หลายข้อความ หลายจริต แต่สิ่งหนึ่งที่จะต้องทำความเข้าใจก่อนก็คือ
การตอบข้อโต้แย้ง ไม่ใช่การสรรหาคำพูดสวย ๆ ไม่ใช่เทคนิค ไม่ใช่ลูกเล่น
แต่มันคือ การยึดมั่นในเป้าหมายให้แน่ชัดว่า เราต้องการเข้าดูบ้านก่อนเท่านั้น เรื่องอื่น ๆ ไม่ว่า จะเป็นค่าคอมฯ เรื่องข้อตกลง เรื่องอื่นใด เป็นเรื่องตามมา ที่จะต้องทำความเข้าใจต่อเมื่อ คุณได้เห็นทรัพย์ และได้พูดคุยกับผู้ขายแล้ว
คุณตัดสินใจว่า นี่แหละ เป็นทรัพย์ ที่ Marketable น่าจะขายได้ และ ผู้ขาย Motivated มีแรงจูงใจที่ต้องการขายจริง ๆ
แต่หากทรัพย์ ที่ not marketable แต่ถ้าผู้ขายที่ Motivated to sell ก็ยังน่าสนใจพอได้
แต่หาก ทรัพย์ Marketable แต่ผู้ขาย Unmotivated to sell ต่อให้คุณรับมา แม้มีผู้เสนอซื้อ เขาก็จะไม่พอใจในราคาที่มีผู้เสนอมา คุณจะทำงานกับผู้ขายแบบนี้ทำไม เหนื่อยขั้นปางตายได้
สรุป
การตอบข้อโต้แย้ง นั้น มีเป้าหมายเพียงเพื่อให้เข้าไปดูทรัพย์ และพบผู้ขายได้เท่านั้น ไม่ใช่การมาเคลียร์ข้อตกลง ปิดเซ็นสัญญาฝากขายทางโทรศัพท์ ใด ๆ ทั้งสิ้น แม้ว่าสุดท้าย เราจะต้องการสัญญาฝากขายก็ตาม เพียงแต่มันยังไปไม่ถึงขั้นตอนนั้นเท่านั้นเอง
"ผมขอเข้าไปดูบ้านก่อนละกันครับ เพื่อที่จะได้ช่วยดูว่า บ้านของลูกค้าจะขายได้เท่าไร ทำการตลาดอย่างไรจึงจะเหมาะสม หรือติดปัญหาเรื่องใดที่ผมให้คำแนะนำได้ สุดท้ายแล้ว ลูกค้าจะขายเอง หรือให้ผมขายให้ ก็เพียงบอกผมมาเท่านั้น ง่าย ๆ เท่านี้ ละครับ ไม่ซับซ้อน"
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
บ้านนี้ลูกสาวหน้าตา นิสัย อย่างไร และจะไปอยู่กับเราได้หรือไม่ ไม่อยากไปเห็น ก่อนหรือ แล้วค่อยคิดต่อว่า จะไปต่อ หรือถอยจะดีกว่า
อดิศักดิ์ สถิตธำมรงค์
โฟกัสในการค้นหา “อสังหาริมทรัพย์ และ ผู้ขายที่ถูกต้อง และเหมาะกับ “สภาพตลาดของคุณ”
ผมขอย้ำว่า แนวทางในการทำงานนายหน้าอสังหาฯ ที่จะสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืนได้ คือ “การทำงานในพื้นที่ที่คุณเชี่ยวชาญ และ คุณสามารถควบคุมรายการสินค้าประกาศขายในพื้นที่ได้” (หรือ FARMING) ซึ่งนั่นหมายถึงว่า “คุณจะสามารถควบคุมรายได้ของธุรกิจของคุณได้”

โฟกัสในการค้นหาอสังหาริมทรัพย์ และผู้ขายที่ถูกต้อง
อย่าไปวุ่นวาย “หาความต้องซื้อ ไปจับคู่กับลิสติ้งที่ไม่ใช่ของคุณ” อย่างเด็ดขาด , คุณกำลังเอาเวลาไปทิ้งขว้างเสียเปล่า ไม่ใช่วิธีการสร้างฐานธุรกิจ คุณต้องไม่หวั่นไหวไปกับ สิ่งเร้าเหล่านี้เด็ดขาด
ลงพื้นที่สำรวจบ้านที่ประกาศขายด้วยตนเอง ด้วยนายหน้าอื่น ๆ พูดคุยกับพวกเขา และทุกคนในพื้นที่ ที่เขาสามารถทำให้คุณเรียนรู้จักพื้นที่ได้ดีขึ้น
เคาะประตูบ้านที่เสนอขาย แนะนำตัวว่า คุณคือนายหน้าของ RE/MAX ที่ให้บริการด้านการเป็นที่ปรึกษาด้านการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ที่มีสาขาครอบคลุมทั่วโลก และใช้บทสนทนาที่ทำให้เขาเห็นประโยชน์ ถ้าเขาได้พูดคุยกับคุณ
ขั้นตอนการทำงานเพื่อให้ได้ผลลัพธ์
การทำงานช่วงนี้ เป้าหมายของคุณคือ การเข้าดูบ้าน พูดคุยกับเจ้าของบ้าน ที่ประกาศขายในพื้นที่ของคุณให้ครบ 100 หลัง เพื่อคุณจะได้รู้จักอสังหาริมทรัพย์ ประกาศขายในพื้นที่ของคุณได้ดีพอ ที่จะเป็นข้อมูลสำหรับเปรียบเทียบในการรับฝากขาย “อย่าลืมว่า ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่า ความรู้ในหัวของคุณ และความสามารถในการนำความรู้ในหัวของคุณออกมาใช้งานได้”
- โทรติดต่อพูดคุยกับเจ้าของบ้านประกาศขาย นายหน้าในพื้นที่ ทุก ๆ วัน ๆ ละ 10 ราย สัปดาห์ละ 60 ราย และจะทำให้คุณได้รับอนุญาตให้เข้าไปสำรวจอสังหาฯของเขา ได้ประมาณอย่างน้อย 6 หลังต่อสัปดาห์ ลองคิดดูว่า คุณทำทุกวัน ทุกสัปดาห์ ภายในไม่เกิน 3 เดือน คุณจะได้เข้าสำรวจบ้านไปแล้ว ไม่ต่ำกว่า 50 หลัง ถึงตอนนั้นคุณก็จะพอเห็นภาพแล้วว่า อสังหาฯ ประเภทใด ราคาใด ทำเลตรงไหน “ที่จะทำให้คุณได้เงินจากการรับฝากขายเร็วที่สุด” เรื่องนี้สำคัญมาก ที่จะทำให้คุณไปได้อย่างรวดเร็วในวันหน้า ด้วยฐานรากของคุณที่ดีกว่าคนอื่น
- Pre Listing มีวัตถุประสงค์เพื่อ “เข้าไปสำรวจบ้าน และพูดคุยกับผู้ขาย เพื่อรู้แรงจูงใจและความคาดหวังในการขาย ของเขา” เท่านั้น ไม่ใช่มีวัตถุประสงค์เพื่อ “การไปรับสัญญาฝากขาย” อย่าข้ามขั้นตอนนี้เด็ดขาด ถ้าคุณไม่ต้องการดับฝันอาชีพนายหน้าอสังหาฯ มืออาชีพ เงินล้าน ของคุณตั้งแต่วันนี้
- CMA – Comparative Market Analysis คือการทำข้อมูลราคาเปรียบเทียบ เพื่อเสนอให้ผู้ขาย เห็นเป็นตัวอักษร ว่า บ้านของเขามีราคาเหมาะสมที่จะเสนอขายที่ราคาเท่าไร จะการเจรจาการตั้งราคาขายที่เหมาะสมบนพื้นฐานของข้อมูล ไม่ใช่พื้นฐานของอารมณ์ และความรู้สึก อย่าลืมว่า มืออาชีพไม่ทำงานด้วยอารมณ์ ทุกอย่างอยู่ข้อมูลทั้งสิ้น
- ปรึกษาพี่เลี้ยงทุกเรื่อง ทั้งเรื่องปัญหาอุปสรรคของงานที่คุณไม่รู้ เรื่องของวิธีคิด เรื่องของทัศนคติในการทำงาน และเสียงเล็ก ๆ ในตัวคุณ ที่ทำให้คุณกำลังจะท้อแท้ ถ้าพี่เลี้ยงไม่ทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น มองหาคนอื่นในสำนักงาน ที่เขาจะช่วยแก้ปัญหาให้คุณได้ อย่าลืมว่า “มีคนที่แก้ปัญหาให้คุณได้ ถ้าคุณพยายามที่จะมองหาทางออกของปัญหาจริง ๆ”
ถึงตอนนั้น คุณจะรับสัญญาฝากขาย เฉพาะ “อสังหาริมทรัพย์ ที่คุณพบว่า ราคาใช่ ผู้ขายใช่ และสภาพตลาดใช่” เราขอแสดงความยินดีล่วงหน้า เพราะว่า “คุณมีเงินค่าตอบแทนจากการขายอสังหาฯ ชิ้นนั้นแล้ว ครึ่งหนึ่งของที่คุณจะได้รับ” ที่เหลืออีกครึ่ง คือ “ความตั้งใจในการทำการตลาด และการสื่อสารกับผู้ขาย ให้ดีที่สุด” เท่านั้น
อดิศักดิ์ สถิตธำมรงค์
ขอขอบคุณ ที่เข้าชมอสังหาฯ
ขอขอบคุณ ที่เข้าชมอสังหาฯ
เป็นความยินดีอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสพาท่านเข้าชมอสังหาฯ
ท่านสามารถวางใจได้ว่า ผมและ RE/MAX GreenWay
ได้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนที่ปรึกษาด้านการซื้อ-ขาย
อย่างตรงไปตรงมา ทั้งด้านรายละเอียดของอสังหาฯ
และราคาเสนอขายตามที่ผู้ขายต้องการนำเสนอ
โดยไม่มีการบวกราคา เพื่อเอาส่วนต่างใด ๆ ทั้งสิ้น
ผมจะบริการท่านให้ดีที่สุด
ในทุกขั้นตอนของกระบวนการซื้อขาย
DOING MORE FROM
FOR SALE
TO SOLD
ขอขอบคุณ ในการลงทุนซื้ออสังหาฯ
ขอขอบคุณ ในการลงทุนซื้ออสังหาฯ
ผมมีความยินดีมากที่ได้ช่วยให้
ท่านลงทุนซื้ออสังหาฯ ตรงตามที่ท่านต้องการ
ผมมั่นใจว่าจะทำให้กระบวนการซื้อขาย
สำเร็จราบรื่นไปด้วยดี
กรุณาโทรหาผมทันที
ที่ท่านต้องการความชัดเจนในเรื่องใดก็ตาม
เกี่ยวกับการซื้อขายอสังหาฯ นี้
DOING MORE FROM
FOR SALE
TO SOLD

