ก่อนจะเป็น นายหน้าอสังหาเงินล้าน - ZERO TO HERO#1 - Real Estate Agent Series

adisak greenway, remax greenway, นายหน้าอสังหาริมทรัพย์, ตัวแทนที่ปรึกษา

 

ก่อนจะเป็นตัวแทนขายอสังหาริมทรัพย์ เงินล้าน

ผมเดินอยู่บนเส้นทางตัวแทนขายอสังหาริมทรัพย์มานานเกือบ 30 ปี จนหลายๆ คนคิดว่า ผมเรียนจบทางด้านงานขายหรือไม่ก็ต้องมีความรู้ด้านอสังหาริมทรัพย์มาตั้งแต่แรกเริ่ม จริงๆ แล้วไม่ใช่เลยครับ ผมเรียนจบคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ สาขาประชาสัมพันธ์ PR ภาควิชาภาษาอังกฤษ ไม่ได้ใกล้เคียงอะไรกับอสังหาริมทรัพย์เลยสักนิด แต่ทุกคนต้องมีเป้าหมายในชีวิต โดยเฉพาะเมื่อเรากำลังจะเรียนจบ ต้องก้าวออกไปสู่โลกของการทำงานอย่างเต็มตัว ก็ต้องเริ่มวางแผนชีวิตกันแล้วว่าจะเอายังไงดีชีวิตเรา

 

เป้าหมายชัด อนาคตรุ่ง

พอเริ่มคิดถึงชีวิตการทำงานผมก็เริ่มค้นพบตัวเองครับว่าไม่ชอบงานประจำเหมือนพนักงานออฟฟิศ เพราะรู้สึกเบื่อ หรือจะให้กลับไปช่วยงานที่บ้านก็ไม่อยากไป เพราะรูปแบบงานก็คล้ายๆ งานประจำ คิดไปคิดมารู้สึกอาชีพการขายเป็นอาชีพที่น่าสนุกไม่จำเจ แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะไปขายอะไรรู้แต่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่า “เรียนจบจะไปเป็นนักขายมืออาชีพ และจะต้องมีรายได้มากพอเลี้ยงตัวเองได้อย่างสบาย จะไม่ยอมมีรายได้ไม่พอใช้ในแต่ละเดือนอย่างแน่นอน”

แต่ความฝันกับความจริงมักไม่ได้เดินไปด้วยกัน ช่วงที่เรียนจบใหม่ๆ มีอยู่ช่วงหนึ่งผมได้กลับไปเลี้ยงกุ้งที่จันทบุรี สมัยนั้นบ่อกุ้งกำลังได้รับความนิยม กุ้งกุลาดำราคาดีมาก กิโลกรัมละ 400-500 บาท ทำอยู่ได้สัก 5 เดือน ก็เป็นการตอกย้ำถึงเป้าหมายและความชอบของผมเลยครับว่าไม่ชอบทำงานที่จำเจ ก็เลยถึงเวลาเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ และตั้งหน้าตั้งตาหางานทำตามเป้าหมายที่ได้ตั้งเอาไว้

พอกลับมากรุงเทพฯ ก็ไปซื้อหนังสือพิมพ์มาหางานด้านการขายโดยเฉพาะ สมัครไป 2-3 ที่ จนกระทั่งไปเจอโฆษณารับสมัครงานในหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ รับสมัครพนักงานขายอสังหาริมทรัพย์ ก็เลยลองไปสมัครดู ปรากฏว่าเขารับผมเข้าทำงาน บริษัท พัฒนาที่ดินเพื่อการอุตสาหกรรมประเทศไทย จำกัด เป็นบริษัทที่พัฒนาที่ดินนิคมอุตสาหกรรมบางปู ที่นี่เป็นจุดเริ่มต้นการทำงานของผมในตำแหน่ง พนักงานขายอสังหาริมทรัพย์ ตอนนั้นยังไม่มีประสบการณ์ด้านอสังหาริมทรัพย์แต่ได้เรียนรู้แบบลูกทุ่งจากรุ่นพี่ที่เขามีประสบการณ์มาก่อนแล้ว ซึ่งผมตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่า ต้องรู้ให้หมดทุกเรื่อง เพราะผมเชื่อว่าทุกอย่างเราสามารถเรียนรู้และเก่งได้ถ้าเราตั้งใจจริง รู้ลึก และรู้จริง และหลังจากเข้าไปทำงานได้ 7-8 วัน ผมก็สามารถขายที่ดินแปลงแรกได้ นับเป็นกำลังใจที่ดีมากและเป็นข้อพิสูจน์ว่าคนเราสามารถเรียนรู้ได้เสมอและประสบความสำเร็จได้ถ้าตั้งใจจริง

ตอนหลังที่นิคมบางปูมีโครงการ City Village เป็น Commercial and Residential จำนวนพันกว่าห้อง แรกๆ ก็ขายไม่ค่อยได้ แต่ผู้บริหาร ก็แนะนำว่าให้ผมไปเดินขายแบบ knock door แถวๆ ปากน้ำ ผมก็ไปเดินขายอยุ่หลายวัน จนมีอยู่วันหนึ่งผมไปขายให้ผู้ชายคนหนึ่งได้ 1 ห้อง แล้วอีก 2 วันเขาก็พาเพื่อนมาซื้อเพิ่ม แล้วก็พามาอีก จนในที่สุดเขาก็มาคุยกับผมตรงๆ เลยว่า ขอจองหมดแล้วเอาไปขายต่อได้ไหม มารู้ทีหลังว่าผู้ชายคนนี้เป็นนักเก็งกำไรอสังหาฯ พอดี ในที่สุดก็ปิดโครงการได้

5 ปีผ่านไป ผมเริ่มอยากเติบโตในสายงานนี้ก็เลยย้ายไปทำงานที่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายขาย เพื่อที่จะได้เปิดโอกาสให้ตัวเองได้มีประสบการณ์ใหม่ๆ บ้าง แล้วก็ได้มีประสบการณ์ในการขายโครงการรัชดาเทอร์เรส ซอยพหลโยธิน 24 อยู่เยื้องๆ กับเซ็นทรัล ลาดพร้าวพอดี เป็นคอนโดมิเนียมประมาณร้อยกว่าห้อง ราคาห้องละ 1 ล้านบาทต้นๆ ดาวน์ 30% ช่วงแรกๆ ที่นั่นขายยากมากด้วยราคาที่สูงและเงินดาวน์ก็สูงด้วยเช่นกัน ผมเริ่มต้นทำโครงการนี้ด้วยการปรับเรื่องการเงินใหม่ให้ดาวน์น้อยลง แล้วขอจัดบูธในพื้นที่ห้างเซ็นทรัล ลาดพร้าว เพราะเป็นพื้นที่ใกล้กับคอนโด และช่วงนั้นเซ็นทรัล ลาดพร้าว เป็นที่นิยมมาก ซึ่งก็ได้ผลตอบรับที่ดีครับ มีคนสนใจมาดูเยอะและขอให้พาไปดูสถานที่จริง ผมเลยใช้รถส่วนตัวเป็นรถพาลูกค้าไปดูสถานที่ ทำให้ขายได้เกือบ 80% เลย สุดท้ายก็ปิดได้อีกโครงการ


ล้มก่อนลุก

ผมทำงานที่บริษัทเซ็นทรัลพัฒนาได้ไม่ถึงปีก็มีเหตุให้ออกซะก่อน เรื่องของเรื่องคือมีอยู่วันหนึ่งมีคนมาชวนผมไปฟังเรื่องของ ERA เป็นบริษัทแฟรนไชส์ สำหรับซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ครับ ไปนั่งฟังรายละเอียดอยู่ 2 ชม. เห็นค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้วว่าถ้าผมจะซื้อแฟรนไชส์ของ ERA ก็น่าจะต้องลงทุนสัก 2 ล้านบาท ตัดสินใจเลยว่า จะลงทุน เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมาผมขายได้มาตลอด แม้ว่าตอนนั้นผมมีเงินแค่ 2 แสนบาทเท่านั้นเอง สุดท้ายก็ได้เพื่อนที่เคยทำงานด้วยกันกับเจ้านายเก่ามาร่วมหุ้น ตอนนั้นมองทุกอย่างง่ายไปหมด เพราะจากประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาทำอะไรก็สำเร็จ ขายอสังหาฯ ได้ดีมาตลอด แต่ลืมมองให้กว้างว่าที่ผ่านมาเรามีทีมงานคอยสนับสนุน เลยไม่ได้เตรียมแผนงานอะไรเลย ไม่คาดคิดเลยว่าจะมีคำว่าไม่สำเร็จรออยู่

หลังจากซื้อแฟรนไชส์มาแล้วก็ตั้งชื่อบริษัทว่า ERA GREEN WAY พอทำได้ 2-3 เดือนก็รู้แล้วว่าไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะลูกค้าไม่นิ่ง และประสบการณ์การทำงานที่ผ่านผมทำงานบนทีมเวิร์ก แต่ตอนนี้ไม่ใช่ ทำให้ผมได้รู้เลยครับว่าคนที่ใช้บริการตัวแทนขายอสังหาริมทรัพย์แล้วขายได้เป็นเพราะตัวแทนขายสร้างคอนเนคชั่นเอาไว้ได้ดี ปรากฏว่า 9 เดือนแรกของการเปิดบริษัททุกอย่างไม่เป็นอย่างที่คาดไว้ บริษัทขายทรัพย์ไม่ได้เลยทำให้มีหนี้สินเกือบ 4 ล้านบาท ต้องแบกรับภาระอยู่ถึง 3 ปี บริษัทมีเหลือเงินอยู่ประมาณ 7 แสนบาท เหมือนทุกอย่างเริ่มนำพาให้ผมต้องหยุดคิด ประกอบกับวันหนึ่ง ลูกค้าเก่าของผมตั้งแต่สมัยทำงานอยู่ที่บางปูก็ติดต่อมาว่าเขามาเมืองไทยให้ช่วยพาไปเที่ยวที เขาพักอยู่ที่โรงแรมเอเวอร์กรีน ตรงสาธร ผมก็ขับรถไปรับเขาแต่ก็สายถึง 1 ชม. เพราะรถติดมาก พอไปถึงเขาก็ถามผมว่า ปกติใช้ชีวิตติดอยู่บนถนนแบบนี้บ่อยไหม ถ้าคุณทำงานแบบนี้ไม่มีทางรวยแน่ เพราะเสียเวลาส่วนมากไปกับการเดินทาง ไม่ได้เอาเวลามานั่งทำงานจริงๆ จังๆ

ผมเก็บเอาที่เขาพูดกลับไปคิด แล้วก็เห็นด้วย ก็เลยคิดว่าจะมีวิธีไหนที่สามารถประหยัดเวลาในการเดินทางได้บ้าง เพื่อที่เราจะได้เอาเวลามาทุ่มเทให้กับงานได้อย่างจริงจังมากขึ้น เลยคิดถึงคอนโดมิเนียมที่บ้านสวนธน ตรงพุทธบูชา ผมซื้อไว้ตั้งแต่สมัยทำงานอยู่ที่บางปู พอเริ่มคิดก็เริ่มอยากทำให้ทุกอย่างคลี่คลาย จึงไปคุยกับหุ้นส่วนว่าขอยกเลิกการเป็นหุ้นส่วนซึ่งทุกคนต่างก็เข้าใจสถานการณ์กันดี พอเคลียร์ทุกอย่างเรียบร้อยผมก็ย้ายกลับไปอยู่ที่บ้านสวนธน เป็นการเริ่มต้นใหม่อีกครั้งด้วยตัวคนเดียว

หลังจากนั้นผมก็ไปคุยกับ ผู้บริหารของ ERA บอกเขาว่าผมจะย้ายออฟฟิศไปอยู่ที่บ้านสวนธนเขาคิดอย่างไรบ้าง ท่านก็บอกมาว่า ถ้าทำได้ก็ดี ผมเลยบอกว่าแต่ย่านฝั่งธนไม่มีลูกค้าเลยนะ เวลามีการทำสำรวจออกมา ความต้องการซื้อบ้านฝั่งธนจะอยู่อันดับท้ายๆ ท่านก็ตอบกลับมาว่า “ที่ไหนก็ตามที่สร้างผลตอบแทนสูง ที่นั่นมีคู่แข่งเยอะ แต่ที่ไหนที่สร้างผลตอบแทนต่ำ คู่แข่งก็น้อย” ก็ต้องย้อนกลับมาดูยอดขายของเราว่าตั้งไว้เท่าไหร่ ถ้าตั้งเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 200-300 ล้านบาทต่อปี ก็ถือว่ามีโอกาสเป็นไปได้

นายหน้าอสังหาริมทรัพย์, กรีนเวย์, รีแม็กซ์, remax greenway, greenway property


ผมเลยกลับมาเริ่มต้นใหม่ที่บ้านสวนธน โดยมีเป้าหมายแรกว่า ทำอย่างไรให้คนที่พักอาศัยอยู่ในบ้านสวนธน 1,600 ห้องรู้จักผมเพื่อที่จะหันมาใช้บริการจากผม ลองคิดง่ายๆ ว่า ถ้าคนที่อยู่ในบ้านสวนธนมีการซื้อขายหรือให้เช่าโดยผ่านผมแค่เดือนละ 1 ห้อง ผมก็มีรายได้พออยู่ได้แล้ว และพอสิ้นปีแรกที่บ้านสวนธน ผมมียอดขาย 90 ล้านบาท และพอเข้าปีที่สองมีเรื่องราวที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อมีลูกค้ารายหนึ่งถือเป็นลูกค้ารายใหญ่เข้ามาเซ็นสัญญาที่ออฟฟิศ ซึ่งตอนนั้นออฟฟิศที่บ้านสวนธนลักษณะเป็นเหมือนบ้านมากกว่าที่จะเป็นที่ทำงาน ผมรู้ว่าดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือสักเท่าไหร่ แม้ว่าสุดท้ายแล้วการเซ็นสัญญาในครั้งนั้นจะจบลงด้วยดีก็ตาม แต่ผมก็ตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะหาออฟฟิศใหม่ให้เหมาะกับงาน แต่ออฟฟิศใหม่ที่ผมมองหาก็ยังอยู่ในบ้านสนธนเหมือนเดิม ไม่ได้ย้ายออกไปข้างนอก เพียงแต่ต้องเป็นห้องที่เหมาะสำหรับการเป็นออฟฟิศจริงๆ แล้วในที่สุดผมก็เจอห้องที่เหมาะสม ที่บ้านสวนธนนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตการเป็นตัวแทนขายอสังหาริมทรัพย์มืออาชีพของผมเลยก็ว่าได้ เพราะเพียงช่วงเวลาไม่กี่ปีที่บ้านสวนธนผมสามารถเคลียร์หนี้ที่มีอยู่ได้จนหมด

© RE/MAX GreenWay. All rights reserved.
RE/MAX GreenWay - Real Estate Property For Sale For Rent - New & Secondhand - Training & Franchise Opportunity.